วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

ซ่อมอู่ กับ ซ่อมห้าง เลือกแบบไหนดี


ซ่อมอู่ กับ ซ่อมห้าง เลือกแบบไหนดี
หลายคนสงสัย ลังเล ซ่อมอู่เบี้ยก็ถูกดี แต่ก็กังวล ว่าแล้วเวลาเอารถเข้าซ่อม จะดีเหมือนซ่อมห้างหรือเปล่า แต่เบี้ยซ่อมห้าง ก็แพงกว่าอีก  เลยไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี
 มาดูกันระหว่างซ่อมอู่กับซ่อมห้าง (หรือที่เรียกว่าซ่อมศูนย์ นั่นเอง) เผื่อจะได้ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ขอให้ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจอย่างนี้ค่ะ
·       ถ้ารถยังเป็นรถรุ่นใหม่ๆ อายุรถยังไม่เก่ามากจนเกินไป ห้างหรือศูนย์จะมีอะไหล่พร้อมรองรับมากกว่า   แต่ถ้าเป็นอู่อาจจะไม่ได้สต็อกอะไหล่ไว้ หรือหาอะไหล่ไม่ได้ ต้องทำการสั่งและอาจใช้เวลาในการรออะไหล่นานค่ะ
·       ถ้าซ่อมห้างก็มั่นใจได้ว่าได้อะไหล่แท้แน่นอน เพราะอะไหล่จะสั่งตรงจากโรงงานผลิตรถยนต์รุ่นและยี่ห้อของเราโดยตรง ไมต้องกลัวว่าจะได้อะไหล่เทียม อะไหล่เทียบ อะไหล่มือสอง ฯลฯ
·       ถ้าเป็นการซ่อมเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้า แน่นอนถ้าเข้าซ่อมศูนย์เราจะมั่นใจได้มากกว่า เพราะทุกๆศูนย์เค้าจะมีช่างผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่
·       หากซ่อมเสร็จและเกิดพบปัญหา  ศูนย์ก็รับผิดชอบแก้ไขให้  แต่ถ้าเป็นซ่อมอู่บางทีก็อาจต้องคุยกันยาวเพื่อ(กว่าจะ)หาข้อสรุปให้รับผิดชอบแก้ไขงานให้ อาจ ทำให้เพลียใจกันบ้างเล็กน้อยก็มีค่ะ
·       จากข้อดีในการซ่อมห้างที่ได้พูดไว้ด้านบน  ทำให้ปริมาณรถที่เข้าซ่อมศูนย์มีจำนวนมาก เลยต้องรอคิวเข้าซ่อมนานเลยอาจทำให้ระยะเวลาในการซ่อมกินเวลานานอยู่เหมือนกันค่ะ   
·       การซ่อมศูนย์ก็อาจมีข้อจำกัด สำหรับบางจังหวัดที่ไม่มีศูนย์บริการอาจต้องเข้าศูนย์ข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนซื้อประกัน เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องสำรองจ่ายค่าซ่อม กรณีที่ต้องนำรถเข้าซ่อมในศูนย์นอกสัญญาฯ  ต้องอย่าลืมเช็ครายชื่อศูนย์บริการคู่สัญญาที่รองรับงานซ่อมด้วยนะคะ
·       แน่นอน ซ่อมห้าง เบี้ยแพงกว่าซ่อมอู่แน่นอนค่ะ  แต่ๆๆ  ถึงแม้เราจะเลือกเบี้ยซ่อมอู่ แต่ถ้าพอถึงเวลาเราต้องการเอารถเข้าซ่อมศูนย์ก็ทำได้เหมือนกันนะคะ   เพียงแต่ว่าจะมีค่าส่วนต่าง ที่เราจะต้องจ่ายด้วยค่ะ  เราสามารถให้ศูนย์ประเมินค่าใช้จ่ายส่วนต่างให้เราก่อนนำรถเข้าซ่อม เพื่อตัดสินก่อนก็ได้ค่ะ




วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562

ล้ออะไหล่โดนขโมย เคลมประกันได้หรือไม่??


ล้ออะไหล่โดนขโมย เคลมประกันได้หรือไม่??
ตอบ : เคลมได้
- สำหรับประกันชั้น 1 (คุ้มครองความเสียหายจากการชนและการลักทรัพย์)
- ชั้น 2 และ 2+ (ให้ความคุ้มครองกรณีสูญหาย/ถูกลักทรัพย์เท่านั้น)
 เคลมกระทะล้อได้ 100% และส่วนยางได้50%  **ต้องมีเอกสารใบแจ้งความ  
 เพื่อประกอบการแจ้งเคลมด้วย (ต้องแจ้งความในท้องที่ ที่เกิดเหตุ) ***
:: เเล้วทำไมยางจึงเคลมได้แค่ 50% ล่ะ???
ตอบ: เพราะยางมีการถูกหักค่าเสื่อมการใช้งาน
เนื่องจากยางเป็นอุปกรณ์ที่มีความเสื่อมในตัว
มันเอง ถึงจะไม่มีการชนหรือเกิดอุบัติเหตุ ยังงัย
ก็ต้องเปลี่ยน เพราะมันมีการสึกหรอตามสภาพ/
อายุการใช้งานในตัวมันเอง รวมถึงยางอะไหล่
ที่แม้ยางจะไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนก็ตาม
หมายเหตุ 1 : มีเหตุการณ์จริงสนับสนุนยืนยันข้อมูลด้าน
เมื่อ 2วันที่แล้วลูกค้าแจ้งเคลมประกัน
เนื่องจากยางอะไหล่ถูกขโมย ข้อมูลเป็นไปตามที่เขียน ไว้ด้านบนทุกประการ
หมายเหตุ 2 : อาจเสียประวัติดีในปีต่ออายุด้วยนะคะ
อาจถูกปรับเบี้ยเพิ่มในปีต่ออายุก็ได้ ( แล้วแต่การพิจารณาของแต่ละบริษัทประกัน)




รับสมัครตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ทั่วประเทศ
https://lovelylilly678.wixsite.com/myinsured

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์สั่งซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์  https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00033940

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562

ทำอย่างไรดี กรณีมีผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่รู้จะเรียกร้องกับใคร


กรณีมีผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่รู้จะเรียกร้องกับใคร
     วันนี้มีคำตอบค่ะ
หลายกรณีดังต่อไปนี้   คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เรียกร้องค่าสินไหมไม่ได้  เช่นกรณีดังต่อไปนี้
Ø รถคันนั้นไม่ได้ทำ พ...และเจ้าของรถไม่จ่าย หรือจ่ายไม่ครบ
Ø รถคันนั้นไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของรถ และไม่ได้ทำประกันภัย พ...
Ø รถคันนั้นเกิดเหตุในขณะที่รถถูกลักทรัพย์ และ ไม่ได้แจ้งความ
Ø ไม่ทราบว่ารถคันไหนมาชน / ชนแล้วหนี
Ø รถที่ได้รับการยกเว้นการทำ พ... เช่นของกระทรวง ,กรม

กรณีดังกล่าวนี้  เราสามารถเรียกร้องได้ค่ะ โดยให้ไป เรียกร้องกับ
กองทุนผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ คปภ.อีกทีนะคะ

แต่มีเงื่อนไขอยู่นิดนึงว่า จะรียกร้องได้ไม่เกินค่าความเสียหายเบื้องต้นจ้า
และ จะต้องเรียกร้องภายใน 180วัน นับแต่วันเกิดความเสียหาย หากเลย 180วันไปแล้ว จะเรียกร้องไม่ได้นะคะ

พบกับสาระความรู้ดีๆ ได้ในตอนถัดไปนะคะ


https://lovelylilly678.wixsite.com/myinsured
https://www.facebook.com/myinsured/

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

ทำประกันภัยพ.ร.บ.อุ่นใจ มีความคุ้มครอง

ทำประกันภัย พ.ร.บ.อุ่นใจ มีความคุ้มครอง

พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้ความคุ้มครองผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร บุคคลภายนอก ถ้าได้รับความเสียบหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย 

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถ ต้องทำอย่างไรบ้างในเบื้องต้น 

1. จดหมายเลขทะเบียนรถ หรือ ถ่ายรูปรถคันที่เกิดเหตุไว้ 

2.โทรแจ้งบริษัทประกันภัยของรถคันที่เกิดเหตุ และแจ้ง ความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

3. ถ้ามีผู้บาดเจ็บให้รีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนของผู้บาดเจ็บให้แก่โรงพยาบาล และเเจ้งข้อมูลถคันที่เกิดเหตุให้โรงพยาบาลทราบด้วย 

4.ถ้ารถคันที่เกิดเหตุมีพ.ร.บ.ก็ใช้สิทธิ์ความคุ้มครองตามพรบ ได้ตามวงเงินที่กำหนด โดยไม่ต้องสำรองจ่าย 

5.หมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อสอบถามรายละเอียดความคุ้มครองของพ.ร.บ.ให้โทรไปที่ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เบอร์ 1791

อย่าปล่อยให้กรมธรรม์หมดอายุนะคะ เพราะจะทำให้รถที่ใช้ขาดความคุ้มครอง และถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำให้ไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ 

กฏหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำพ.ร.บ.ไม่ว่าจะเป็นรถเก่า รถใหม่ ผู้ที่เป็นเจ้าของรถหรือผู้ทีี่นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศไทยแบบชั่วคราว ก็ต้องทำพ.ร.บ. โดยไม่มีข้อยกเว้นนะคะ

แล้วถ้าฝ่าฝืนไม่ทำ พ.ร.บ. หรือ ลืมทำพ.ร.บ.ล่ะ

- เจ้าของรถที่ฝ่าฝืน ไม่ทำพ.ร.บ.มีความผิดนะคะ โทษปรับ สูงสุดไม่เกิน 10,000บาท                                                            

ส่วนผู้ที่นำรถมาใช้แต่รถคันที่นำมาใช้ไม่มีพ.ร.บ. ก็มีความผิดเช่นกันค่ะ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000บาท เหมือนกันกับเจ้าของรถเลยค่ะ 

เรียกได้ว่ามีความผิดทั้งเจ้าของรถ และ คนใช้รถ ทั้งคู่เลยค่ะ 

อย่าลืมนะคะ ทำประกันภัย พ.ร.บ.อุ่นใจ ไม่ผิดกฎหมาย มีความคุ้มครอง





วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ 
  • ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. 
 ให้ความคุ้มครองผู้ที่ประสบภัยทุกคน ที่เกิดจากการใช้รถดังนี้

ค่าเสียหายเบื้องต้น จะจ่ายให้ภายใน7วันโดยไม่ต้องรอผลพิสูจน์ถูกผิด ซึ่งหากกรณีบาดเจ็บ จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000บาทต่อคน และหากเป็นกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรหรือสูญเสียอวัยวะ จะได้รับเงินจำนวน 35,000บาทต่อคน 

ค่าสินไหมทดแทน  จะจ่ายเมื่อพิสูจน์ความผิดแล้ว โดยจะนับรวมค่าเสียหายเบื้องต้นที่ได้จ่ายให้แล้วเข้าไปด้วย ซึ่งหากเป็น       กรณีบาดเจ็บ จะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 80,000บาทต่อคน กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจะได้รับเงิน 300,000บาทต่อคน  นอกจากนั้นจะได้รับค่าชดเชยจากการนอนรักษาตัวในโรงงพยาบาลแบบผู้ป่วยใน วันละ200บาท แต่ไม่เกิน 20วัน  และหากเป็นกรณีสูญเสียอวัยวะ จะจ่ายให้ 200,000 ถึง 300,000บาท (แล้วแต่กรณี) ต่อคน แต่มีเงื่อนไขอยู่นิดนึงนะคะว่าหากผู้ขับขี่เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด จะได้รับการชดเชยเฉพาะความเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น